WTO

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เรื่อง “หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองการได้รับสิทธิชำระภาษีในและนอกโควตาตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) สำหรับสินค้าน้ำตาลปี 2559 พ.ศ. 2558

ไทยร่วมกับ บราซิล และ ออสเตรเลีย ฟ้องร้องต่อองค์การการค้าโลก ให้สหภาพ ยุโรป (EU) ยกเลิกการอุดหนุนการผลิตภายในและการส่งออก

1.
ไทย บราซิล และออสเตรเลีย ร่วมกันฟ้องร้องต่อ WTO กรณีสหภาพยุโรป (EU) อุดหนุนการส่งออกน้ำตาลเกินกว่าที่ผูกพันไว้ในตามกรอบการเจรจารอบอุรุกวัย ตั้งแต่ปี 2546 หลังการพิจารณาและสอบสวนนานกว่า 3 ปี คณะผู้พิจารณาและองค์อุทธรณ์ของ WTO ก็มีคำตัดสินขั้นสุดท้ายให้ ไทย บราซิล และออสเตรเลีย ชนะคดี และตัดสินให้ EU ลดการอุดหนุนการส่งออกน้ำตาลไม่เกินกว่า 1.273 ล้านตัน และจ่ายเงินอุดหนุนการส่งออกได้แค่ 499.1 ล้านยูโร โดยให้เริ่มดำเนินการภายในวันที่ 22 พฤษภาคม 2549
2.
ต่อ มา EU ได้ออกระเบียบยุติการออกใบอนุญาตส่งออกน้ำตาล (C Sugar) เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2549 แต่ ไทย บราซิล และออสเตรเลีย เห็นว่า EU ยังไม่ได้ปฏิบัติตามคำตัดสินอย่างจริงจังเนื่องจากใบอนุญาตส่งออกน้ำตาลดัง กล่าวสามารถใช้ต่อไปได้อีก 3 เดือนนับจากวันที่ออก จึงได้มีการขอเจรจากับ EU เพื่อขอการชดเชยแต่ EU ปฏิเสธไม่ยอมเจรจาด้วยโดยอ้างว่าได้ปฏิบัติตามคำตัดสินแล้ว
3.
ใน วันที่ 8 มิถุนายน 2549 ไทย บราซิล และออสเตรเลีย ได้ทำข้อตกลงเพื่อสงวนสิทธิในการเจรจาเพื่อขอรับการชดเชยและตอบโต้ (Sequencing Agreement) โดยไทยตกลงที่จะไม่ตอบโต้ EU จนกว่า คณะผู้พิจารณา (Compliance Panel) จะตัดสินว่า EU ได้ปฏิบัติตามคำตัดสินหรือไม่ ระหว่างนี้ ไทยต้องดำเนินการศึกษาข้อมูลผลกระทบที่อุตสาหกรรมน้ำตาลไทยได้รับจากการใช้ นโยบายการอุดหนุนการส่งออกน้ำตาลของ EU เพื่อนำเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของ Compliance Panel และ อนุญาโตตุลาการ ในการกำหนดระดับที่ไทยสามารถตอบโต้ได้ถ้ามีการตัดสินว่า EU ผิด ซึ่งกระบวนการสอบสวนนี้จะใช้เวลาประมาณ 1 ปี
4.
ทาง การไทยมีท่าทีสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับบราซิลและออสเตรเลียในการฟ้อง ร้อง EU ต่อจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เพื่อกดดันให้ EU ปฏิรูปอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายตามคำตัดสินของ WTO อย่างจริงจัง และปัจจุบัน อยู่ระหว่างการสรรหาที่ปรึกษาทางกฎหมายและที่ปรึกษาทางเศรษฐศาสตร์เพื่อ ดำเนินการเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว